4 ตัวช่วยการลงโฆษณาบนFacebookแบบง่าย ๆ แต่ได้ใจลูกค้า

โฆษณาสินค้า

คงเป็นเรื่องที่ปฏิเสธกันได้ยากว่าสำหรับโลกของการตลาดออนไลน์ในปัจจุบันFacebook ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในการผลักดันธุรกิจในรูปแบบการโฆษณาสินค้าและการสร้างความสัมพันธ์อันดีให้เกิดขึ้นกับกลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการ

ส่วนข้อดีของFacebook ที่ทำให้เจ้าของธุรกิจต่าง ๆ หันมาใช้ช่องทางนี้ในการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าก็คงจะหนีไม่พ้นในเรื่องของการเจาะกลุ่มเป้าหมายเพื่อทำการได้อย่างตรงกลุ่มโดนใจ เป็นพื้นที่ให้บริการแบบฟรีspaceที่มีเครื่องมือในการทำธุรกิจครบครันไม่ว่าจะเป็นช่องทางในการนำเสนอ พูดคุยเจรจา รับฟังความคิดเห็นหรือสร้างชุมชนแบบส่วนตัว ช่วยให้การติดต่อสื่อสารทางธุรกิจเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว เป็นเครื่องมือโฆษณาสินค้า โฆษณาธุรกิจที่ช่วยคนเข้าถึงWebsite มากขึ้น และช่วยในการสื่อสารแบรนด์ให้กระจายไปในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้เจ้าของสินค้าสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วและสำหรับเจ้าของธุรกิจคนใดที่กำลังหาเทคนิคในการลงโฆษณาสินค้าบนFacebookแบบง่าย ๆ แต่โดนใจลูกค้า โฆษณาสินค้า วันนี้เรามี 4 ตัวช่วยสำคัญที่เจ้าของธุรกิจไม่ควรมองข้ามมาบอกกัน ดังต่อไปนี้

  • ตัวช่วยแรก นำเสนอรูปภาพที่ดึงดูดใจ

คำว่าดึงดูดใจในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่ความสวยงามเท่านั้นแต่ยังหมายถึงการนำเสนอภาพที่สามารถสร้างความสนใจ สะดุดตาผู้พบเห็น ไปจนถึงการเลือกภาพที่มีองค์ประกอบภาพ หรือเล่าเรื่องราวของสินค้านั้นได้อย่างชัดเจน เพราะหากภาพน่าสนใจแล้ว ลูกค้าก็มักจะสนใจหรืออยากรู้รายละเอียดตามมานั่นเอง

  • ตัวช่วยที่สอง เลือกรูปแบบการลงโฆษณาให้ถูกทาง

คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าการลงโฆษณาสินค้าบนFacebook นั้นเป็นแค่การนำเสนอสินค้าและบริการเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ดังนั้นแค่เสนอสินค้าและบริการก็เพียงพอ แต่จริง ๆ แล้วFacebookนั้นยังมีเทคนิคทางการตลาดให้ร่วมสนุกได้อีกหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นFacebookSponsored Posts,Sponsorships & Banner Ads, Native Advertising, Paid SearchและRemarketing

  • ตัวช่วยที่สาม เลือกกลุ่มเป้าหมายในการโฆษณาสินค้าให้แคบลง

การเลือกกลุ่มเป้าหมายให้แคบลงทำให้เจ้าของสินค้าสามารถสื่อสารไปยังลูกค้าได้ตรงประเด็นได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น และควรวางแผนในการทำโฆษณาให้ดีไม่เกิน 3 วัน เพื่อไม่ให้ลูกค้ารู้สึกว่าถูกยัดเยียดมากเกินไป

  • ตัวช่วยที่สี่ อย่าเน้นขายของให้เน้นนำเสนอเรื่องราว

การนำเสนอเนื้อหาที่มากเกินไปอาจทำให้ลูกค้าเบื่อหน่าย และไม่สนใจในตัวสินค้าหรือบริการได้ ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือสร้างเรื่องราวและการจดจำให้กับสินค้าและบริการในรูปแบบมืออาชีพ เพื่อให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกยอมรับและสนใจในตัวของสินค้าและบริการจนเกิดความรู้สึกอยากซื้ออยากใช้มากกว่าถูกยัดเยียดให้ซื้อสินค้า ซึ่งอาจก่อให้เกิดความรู้สึกไม่ดีในระยะยาวได้

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *